phet's profileแม้เมื่อลมหนาวมาทำให้เธอ...PhotosBlogLists Tools Help

phet

Occupation

Windows Media Player

WEB

แม้เมื่อลมหนาวมาทำให้เธอหนาวสั่น ตัวฉันจะเป็นอ้อมกอด แม้ในยามร้อนกายวันที่เธอทุกข์ใจ..จะเป็นดั่งลมเย็น

อยากจะขอ อยากจะขอ อยากจะขอให้เธอเข้ามาใกล้ๆ จะบอกว่ารักเธอ รักเธอ รักเธอแค่ไหน หมดหัวใจ ที่ฉันมี

งด งด งด งด

งดอัพ Blog ชั่วคราว บ้าง อิอิ เลียนแบบโอ๋
แล้วจะเปิดพร้อมๆกัน
อิอิ

ประวัติเพลง conon in D

ประวัติ เพลง Canon
และอยากเสริมความรู้บางอย่าง เกี่ยวกับ Canon (สะกด Kanon ตามต้นฉบับเดิม) นะครับ

Kanon เป็นผลงานการประพันธ์ของ Johann Pachelbel(โยฮันน์ พาเคลเบล) นักประพันธ์และนักออร์แกนในยุค Baroque (บาโรค) นาย Pachelbel คนนี้ เป็นนักประพันธ์ที่ Johan Sebastian Bach (บาค คนแต่งทำนอง A lover's concerto) ชื่นชอบและถือเป็นแรงบันดาลใจ และเป็นแบบอย่าง

สำหรับ Kanon นี้ เป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขาอย่างมาก ต้นฉบับนั้น Pachelbel ประพันธ์ Kanon มา สำหรับให้เล่นด้วยเครื่องดนตรี 4 ชิ้นเท่านั้น คือ Violin 3 ตัว และ Continuo (สันนิษฐานว่า คือ Bass ในปัจจุบัน) มิใช่เป็นเพลงสำหรับเปียโนแต่อย่างใด

และที่สำคัญ เพลงนี้ ในต้นฉบับ ทำนองซับซ้อนเกินกว่าจะเล่นด้วยเปียโนเพียงคนเดียวได้ (ในโน้ตเพลงที่ผมซื้อมา ทั้งสาม version ได้เขียนไว้เช่นนี้ทั้งสาม version ในส่วนของกล่าวบทนำของเพลง เขาใช้ชื่อโน้ตทีทำออกขายว่า Variations on Kanon หรือ Variations on Canon เพื่อให้เกียรติว่า เขาเพียงแค่นำมาเรียบเรียงใหม่ และมีการดัดแปลงเพื่อให้เล่นบนเปียโนได้

ใน version ต้นฉบับ จุดเด่นของเพลงที่ถือเป็น "สิ่งมหัศจรรย์" อย่างนึงเลยทีเดียว ก็คือท่วงทำนองของเพลง จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Kanon เดิมให้เล่นด้วย Violin 3 ตัวและ Bass อีก 1 แนวเสียง Bass นั้นจะเล่นโน้ต 8 ตัว ซ้ำวนตลอดเพลง

แต่ทีเด็ดของแนวทำนองของไวโอลินทั้งสามตัว เชื่อหรือไม่ว่า ทั้งสามตัวนั้น เล่นทำนองเดียวกันตลอด !

เริ่มเพลง แนว Bass เล่นเครื่องเดียว 4 ห้องเพลง
ตามด้วย Violin 1 เล่นทำนองหลัก 4 ห้อง (เบส ยังเล่นทำนองเดิม)
หลังจากนั้น Violin 1 จะเล่นทำนองที่สอง และ Violin 2 จะนำทำนองที่ Violin 1 เพิ่งเล่นผ่านไปเมื่อ 4 ห้องที่แล้ว มาเล่นซ้ำ โน้ตเดิมทุกประการ
และเมื่อ Violin 1 เล่นทำนองที่สาม Violin 2 ก็จะเล่นทำนองที่สอง (ที่ Violin 1 เพิ่งเล่นผ่านไป) และ Violin 3 ก็เล่นนำทำนองแรก (ที่ Violin 1 เล่นผ่านไปแล้ว 8 ห้องเพลง) มาเล่น

และทั้งหมด ออกมาสอดคล้องกันราวกับเสียงสวรรค์ !!!

เนี่ยแหละครับ ทำนองเดิมมันซับซ้อนมากเกินกว่าจะเล่นด้วยเปียโนได้ (หมายถึงต้นฉบับเดิมเลยนะครับ)

คำว่า Canon ในทางดนตรี หมายถึงการเล่นวนซ้ำ เพลงนี้ ก็คือการนำทำนองของ Violin 1 มาเล่นซ้ำด้วย Violin 2 และ 3 นั่นเองครับ

ลองฟังดูดี ๆ จะพบว่า ทำนองมันซ้ำกัน แต่เล่นด้วยเครื่องดนตรีคนละเครื่อง

Blog นี้ไม่มีคำบรรยาย

เหตุการณ์ทั้งหมดมันเกิดขึ้นที่สะพานดาวอ่ะ
กูมีความสุขที่สุดเลยโว๊ย...ยยยยยยย
อย่างน้อยกรูก็ได้รู้แล้ว...ว่าเค้าคิดแบบเดียวกับกรู
 
ขอบคุณนะ ที่ให้โอกาส จะไม่ทำให้ผิดหวังเลยเเหละ
 
  

เชื่อไหม ว่ามันคือเรื่องมหํศจรรย์

คุณเคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตบ้างมั้ย
ถ้าไม่....แล้วอะไรล่ะที่ทำให้คนเรามาเจอกัน แม้จะอยู่กันไกล...คนละที่
บางทีมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ...แต่แล้วเค้าก็มาพบกันจนได้
ถามอีกที...ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อ...??
คุณจะอธิบายมันว่ายังไงล่ะ
 
 
บนโลกนี้มีคนเป็นล้านคน ทุกคนมีเป็นล้านใจ ฉันก็ไม่ใช่ใครก็แค่คนหนึ่ง
โลกเราดูช่างกว้างใหญ่ ท้องฟ้าดูช่างกว้างไกล เธอแปลกใจบ้างไหม
มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ มันเกิดขึ้นจริงๆหรือฝันไป การที่เรานั้นได้พบกันที่บนโลกนี้
ก็ไม่รู้จะพูดมันอย่างไร แต่หมดทั้งหัวใจที่ฉันมี...ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้...
คือเรื่องมมหัศจรรย์....
 

ไปดูหนังมา...

ไปดูหนังเรื่อง อารัง มา แอบตกใจว่ะ แม่งผีโผล่มาเป็นพักๆ อิอิ
นั่งดูหนังไม่รู้เรื่องเลยว่ะ เอ๊ะ! หรือว่าจิตใจกูไม่ได้จดจ่ออยู่กับหนังวะ ยังไงเนี่ย อิอิ
เออ ช่างมัน แต่ก็ก็รู้สึกดีอีกแร้วอ่า (O_o)
แล้วก็ไปรังสิตต่อ เหอๆ กูไม่ยอมปล่อยให้เค้ากลับคนเดียว ไกลๆตอนมืดๆเด็ดขาด กูเป็นห่วงง่ะ
อย่างน้อยกูจะได้สบายใจว่าเค้าปลอดภัย มันอุ่นใจกว่าเนอะ
ส่วนกรูก็เป็นผู้ชาย ไม่มีใครทำไรหรอก เห็นหน้าก็แทบวิ่งหนีแล้ว แม่งหน้ากูเถื่อนจัด
ไม่ไปทำร้ายคนอื่นก็ดีแล้ว 55555555+
 

จะกลับกรุงเทพแล้วนะ

วันนี้แหละวะได้กลับบ้านแล้วมาตั้งหลายวันอ่ะ คิดถึงคนที่นู้นโคตรๆเลย
วันแรกก็นอนสบายดี หรือเพราะว่าเหนื่อยก็ไม่รู้ แม่งมาวันที่2 รู้สึกจะโดนผีหลอก ..ช่วยกรูด้วย
วันต่อมาเลยไม่นอนเลย 555+
แต่ยังดีนะเนี่ย มีคนคุยด้วย ไม่งั้นเหงา เฉาตายแน่เลยอ่ะ
ขอบคุณนะ...เดี๋ยวเลี้ยงไอติม คอเนตโต้ อิอิ เอาป่าว
ไม่เคยคุยนานขนาดนี้เลยอ่ะ มีที่ไหนคุยไปเขิลไป 55 ... กรูเนี่ยแหละ
อ้าว ผู้ชายก็เขิลเป็นนะจะบอกให้ แหม ... รู้ตั้งนานแล้วก็ไม่บอก ..นะ
 
มารอรถกลับตั้งกะ5โมงเย็น ได้ตั๋วรถรอบ1ทุ่ม45....เอาเลย เจริญล่ะเมิง
โชคดีนะ มีคนอยากขายตั๋วพอดีเลย เลยได้รอบ 1 ทุ่มตรง แต่ก็นะ...นานอยู่ดีแหละ

ณ หัวหินคร้าบ

ตอนนี้อยู่หัวหินแล้วล่ะนะ สุดตรีนอ่ะ ถึงปุ๊บ อัพ Blog ทันที 555
นั่งรถมาหลับเป็นตายเลย แต่ว่าเมื่อวานนี้สิ อิอิ มีความสุขจังเลยอ่ะ
มีคนพาเที่ยวธรรมศาสตร์ด้วย นั่งรถราง เที่ยวตลาดนัด ลงท้ายด้วย Sweet Duck เหอๆๆ
ขอบคุณนะคร้าบ
 
แถมยังนั่งคุยเป็นเพื่อนด้วยอีกอ่ะ
 
พอเข้ามาเอากระเป๋า ก็..นะ ขี้เกียจเดิน ก็เลยใช้กลยุทธ์ ใบหน้าแข็งแรง
ยืมจักรยานของยามเนี่ยแหละวะ ยามถามว่าไปไหนอ่ะ ก็บอกไปว่า ไปเอาของครับ
แม่งเอ๊ย!!!หน้ากรูโจรขนาดน้านเลยเหรอ แม่งไม่ไว้ใจกรู กลัวไม่เอาจักรยานมาคืนหรือไงวะ สราด..
เลยโดนยึดบัตรไว้เป็นประกันเลย ไร...ว๊า....
 
ดีนะที่ไม่ไปหัวหินพร้อมคนอื่นๆเค้า ถ้าไปก็คงไม่ได้เจออะไรดีๆแบบนี้หรอก ถือว่าคุ้มค่า
 
ปล.
ถึงผ้าจะไม่หนามาก ไม่อาจทำให้หายหนาวได้ แต่ว่ารู้อะไรมั้ย??
เราได้ส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจไปพร้อมกับมันด้วยไม่รู้ว่าเค้าจะสัมผัสถึงมันได้บ้างมั๊ยน๊า...
 
แหวะเน่าว่ะ เขียนไปได้ไงวะเนี่ย...เขิลตัวเองจัง อิอิ
 
 

-*- -*-

ง่วงนอนที่สุดเลย วันนี้ตื่นเช้าว่ะ แต่เมื่อคืนนอนดึก
เอ๊ะ!!!ดึกเหรอวะ นอนเช้าเลยมากกว่าอ่ะ
เรื่องของเรื่อง ก็นะ ดันเจือกนอนไปชั่วโมงนึงตอนซัก3ทุ่มครึ่งได้
ตื่นมา..นอนไม่หลับเลย กว่าจะหลับได้ก็นะ เกือบตี5 หรือ 6โมงได้
แต่ก็นะ ดันทุรังนั่งทำงานส่งจารย์ไปเรื่อยเปื่อยด้วย ไม่เป็นไร กรูไม่รีบ...
แล้วก็ตื่นมาตอน 8 โมง มีคนถามด้วยแหละว่า ทำไมตื่นเช้าจัง ทำได้งัยเนี่ย
อิอิ บอกแล้วคร้าบ....ว่าขั้นเทพ 5555+
 
ก็..นะ ถ้าเราตั้งใจจะทำอะไร..เพื่ออะไรซักอย่าง..หรือเพื่อใครซักคน แล้วล่ะก็...ต้องทำได้อยู่แล้วล่ะ

อยากจะขอให้เธอเข้ามาใกล้ๆ จะบอกว่ารักเธอ รักเธอ รักเธอแค่ไหน

เอาแล้วไง...เค้าเข้ามาอ่านเจอ Blog เข้าแล้วสิ
แถมยังเขียนcomment ไว้ให้ด้วยล่ะ
แล้วถ้าจาบอกไปเลย...เค้าจะว่ายังไงน๊าเนี่ย
อยากจะรู้จังว่าเค้ากำลังคิดอารายอยู่...
ก็คิดว่าเค้าก็น่าจะรู้แล้วล่ะ...ว่ากรูชอบเค้า
 
เอาน่า...เป็นไงเป็นกัน แต่ เขิลว่ะ 555+
 
 

ไปเดินสวนจตุจักร

วันนี้นะ...ไปเดินเล่นที่สวนจตุจักรมาอ่ะ เดินซะเมื่อยเลย..แต่ก็หนุกดีนะเนี่ย
ว่าจะไปซื้อรองเท้าซักหน่อย เจอแล้ว แต่ไม่มี Size ที่ต้องการอ่ะ
ส่วนไอ้ที่มี size ก็ไม่ชอบสีอีก เฮ้อ
เลยไม่ได้ไรมาเลย ได้พวกกุญแจมา พร้อมกับความสุขทางใจ อ่ะนะ
นั่งเล่นกันจนสวนฯปิดเลย 555+
ยามแม่งก็นะ เป่านกหวีดไล่อยู่ได้ ....
เออ.....กรูรู้แล้ว กำลังจะออก ไม่ต้องไล่ ขอเวลาผูกเชื่อกรองเท้าแป๊บนึงดิ ได้ม๊าย
 
ปล.จิงๆอ่ะนะ สวนจตุจักรก็เฉยๆอ่ะ แต่คนที่ไปด้วยนี่สิ ทำให้เราอยากเดินเล่นมากเลย
อิอิ รู้สึกดีจริงๆ(สงสัยจะรู้สึกคนเดียวอีกแล้ว...ววว เฮ้อ เมื่อไหร่น๊า..)
 

หนาวจังเลย

ลมเย็นเย็นพัดมาแล้ว ฉันเพิ่งรู้สึก ฟ้าลึกลึกมองขึ้นไป ดูช่างสดใส

มือเย็นเย็นฉันตอนนี้ นั้นไม่มีใคร ไม่มีใครสัมผัส มันทนไม่ไหว

เพลงเขาบอกไว้ลมหนาวมาถึงเมื่อไร

มันก็เหงาในใจตามเนื้อเพลง อยู่เรื่อยไป

คราวนี้ถ้าต้องเจอ หน้าหนาวนี้ขอร้องเธอ  ขอได้ไหม

ขอมือหน่อยได้ไหม อากาศหนาวหนาว ไม่ชอบเลย

ขอมือหน่อยอย่าเฉยเมย จนฉันนั้นต้องเสียใจ

อยากขอแค่ได้ไออุ่น จากเธอได้ไหม

บอกความรู้สึกข้างใน ก่อนหน้าหนาวคราวนี้จะผ่านไป
 
 
 
หนาวจังเลยเนอะปีนี้ ทำไมหนาวจังหว่า???

ไม่รู้จะตั้งชื่อว่าไรดีหว่า

นอนดึกมาก็หลายวัน แล้วยังต้องตื่นแต่เช้าไปสอบอีก
...ไปสอบก็เกือบไม่ทัน รีบแทบตาย...
...แล้วกูจารอดมั๊ยเนี่ย...ยยยยย...
 
*** แต่ก็ไม่เป็นไร ได้คุยโทรศัพท์กะเค้าคนนั้นด้วยเเหละเมื่อคืนนี้ อิอิ ***
*** ดึกแค่นี้เอง...กรูยอม กรูยอม 55555 ***
 
(O_o)
 
 

ไม่ได้ อัพ มาซะนาน มากกกกกกกกกกกกกกกก

เฮ้อ...อ
ทำยังงาย...ดีว๊า
ชอบเค้านี่หว่าเนี่ย แต่ก็ป๊อดทุกทีเลย
ไม่รู้ทำไงอ่ะ....
จะโทรไปหาแต่ละทีก็...นะ ... กลัวว่าเค้าจะรำคาญรึเปล่าหว่า???
ไม่รู้ตัวเองเป็นไรเหมือนกันเนี่ย อาการแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นมา นาน..นนนนนนน  มากแล้วนะเนี่ย
 
ปล.กรู ชอบเค้าจิงๆนะโว๊ย..ยยยยยยยยยยยย
 
ถ้าไม่เชื่อ..อมขี้มาพ่นหน้ากรู ได้เลย เอาดิ

โจ้ วง Pause

:::"โจ้ วงพอส" อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ :::

อัลบั้มทั้งหมดของวง 'พอส' พุช มี อะเกน (2539), อีโว แอนด์ โนวา (2541), มายด์ (2542), รีวายด์ (รวบรวมเพลงตั้งแต่ปี 2539-2543), ซิมพลี มี (2543) อัลบั้มเดี่ยว


"...คําพูดเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา ให้ฉันได้รับรู้ให้ฉันได้มั่นใจ ไม่มีสิ่งใดที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น ผ่านมาจากสายตาฉัน และสิ่งสิ่งนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา..." ท่อนแยกของบทเพลงที่ขับร้องผ่านเส้นเสียงของ
'อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์' หรือ 'โจ้ วงพอส' นั้นอยู่ในใจ อยู่ในถ้อยคำของคนฟังเพลงและ
ดูโฆษณาโทรศัพท์มือถือของ 'เอไอเอส' ทางสื่อต่างๆ ไม่ว่า วิทยุ และทีวี

เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลง "ข้อความ" จากอัลบั้ม "มายด์" ที่เป็นเพลงฮิตที่รู้จักในวงกว้างที่สุดของวงพอส การตายของ โจ้ อัมรินทร์ ที่เกิดขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
เป็นปมปริศนาที่ค้างคาอยู่ ก็คงไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้ ได้แต่คาดเดาและเชื่อมโยงเหตุการณ์ปูมหลังกันไป

หากกลับไปดูเส้นทางชีวิตและเส้นทางดนตรีของเขา
ดูช่างราบรื่นไม่มีอุปสรรค ถึงแม้จะเป็นเด็กต่างจังหวัดก็ตาม เขาใช้เวลาเกิน 4 ปี ในการที่จะเป็นบัณฑิตด้านวิศวกรรมไฟฟ้า
แถมยังชนะเลิศประกวดร้องเพลงในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย และเป็นจุดหักเหที่สำคัญทำให้เขามุ่งสู่วงการดนตรีและเสียงเพลงอย่างเต็มตัว

ก้าวข้ามจากมือระดับสมัครเล่นในแบบวงนักดนตรีนักศึกษา
หรือ 'คอลเลจ อาร์ติสท์' สู่ความเป็นมืออาชีพในวงการเพลงไทย

ในนาม วงพอส (pause)

ซึ่งประกอบด้วยเพื่อนฝูงอีก 3 คน ที่เรียนจบจากเอกดุริยางค์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตประสานมิตร นรเทพ มาแสง (เบส) พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ (กีตาร์) นิรุจ เดชบุญ (กลอง) และโจ้ รับตำแหน่งร้องนำ จากจุดเริ่มต้นการเป็นวงเฉพาะกิจในงาน 'คอลเลจ อาร์ติสท์' ของนิตยสาร 'บันเทิงคดี' และเล่นโชว์ในงาน 'ไพเรท เรดิโอ' จนเข้าตาและได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง 'เบเกอรี่ มิวสิค' ค่ายเพลงอินดี้ยุคบุกเบิกของเมืองไทย วงพอส เป็นวงดนตรีที่ถือว่า ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ แค่เพียงอัลบั้มแรก 'พุช มี อะเกน' บทเพลง 'ที่ว่าง' กลายเป็นเพลงฮิตเพลงแรกของพวกเขา เสียงร้องของ โจ้ พอส กลายเป็นจุดเด่น และเป็นที่กล่าวขานถึงลักษณะของเสียง
ที่สามารถลากโหนสูงสุด แต่เต็มไปด้วยพลัง ด้วยแก้วเสียงที่มีเจือด้วยความอบอุ่นและอิ่มหวาน
เมื่อร้องเพลงในสไตล์อะคูสติกบัลลาด ทำให้โจ้ พอส เป็นนักร้องที่ถูกจับตามอง แต่ด้วยทิศทางดนตรีที่เต็มไปด้วยการทดลองมุ่งไปสู่ข้างหน้า
ในสไตล์ฟังก์กี้-พ็อพร็อก ของวงพอส
เป็นที่ถูกใจนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก บทเพลง 'รักเธอทั้งหมดทั้งหัวใจ' ก็กลายเป็นเพลงฮิตไปอีกเพลง จนมาถึงอัลบั้มที่ 3 'มายด์' วงพอสกลับเปลี่ยนแปลงสู่การเล่นดนตรีอะคูสติกที่หวานสวย บทเพลง 'สัมพันธ์' และ 'ข้อความ' ได้สร้างชื่อให้พวกเขาอีกครั้ง โดยเฉพาะบทเพลง 'ข้อความ' ได้รับแรงหนุนส่งจากโฆษณาเอไอเอส ทำให้คนทั้งประเทศร้องเพลงนี้กันได้ติดปาก หลังจากนั้นก็มีอัลบั้มรวมเพลงของวงพอสออกมาในชื่อ 'รีวายด์' และอัลบั้มเดี่ยวของโจ้ อัมรินทร์ 'ซิมพลี มี' ซึ่งนำบทเพลงเก่าๆ ที่เคยฮิตของนักร้องในยุคก่อนมาร้องใหม่ในรูปแบบของเขาเอง และเป็นที่ชื่นชอบของคนฟังเพลง เมื่อดูแค่กรอบหลวมๆ ของโจ้ อัมรินทร์ ถือว่าเป็นคนหนึ่งในสังคมไทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิต สำเร็จการศึกษาในสาขาวิศวกรรม ในสถาบันชั้นนำของประเทศ เข้าสู่อาชีพร้องเพลงก็เป็นที่รู้จักและชื่นชอบของแฟนเพลง

ชีวิตส่วนตัวของเขาอาจจะไม่เป็นที่รู้จักนัก ทั้งครอบครัวหรือความรัก
เพราะไม่ใช่ดาราดังที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนในวงกว้างแบบเจาะลึก แต่ในเส้นทางของเสียงเพลง การยอมทิ้งอาชีพวิศวะ ซึ่งเป็นอาชีพที่คนไทยนับหน้า
ถือตา
และถือว่ามีความมั่นคงได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
มุ่งสู่เส้นทางของวงการเพลงที่ไม่รู้ชะตากรรม ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ และเปรียบเสมือนยืนอยู่บนคมมีด 'บอย โกสิยพงษ์' กับ 'พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ' คือคนเขียนและแต่งเพลงในนามวงพอส ที่นำไปสู่ชื่อเสียงของโจ้ อัมรินทร์ และวงพอส เพลงฮิตต่างๆ ที่ขับร้องโดยโจ้ ผ่านจากการเคี่ยวกรำจากมันสมองของสองคนนี้

โดยตัวตนของโจ้ อัมรินทร์ นั้น บทเพลง 'รักเธอทั้งหมดของหัวใจ' นั้นออกมาจากตัวเขามากที่สุด โดยถ่ายทอดความรู้สึกถึงการตายของน้องชาย
ให้บอย โกสิยพงษ์ เขียนเป็นเพลงออกมา เพราะฉะนั้นการปะทะทางตัวตนและความคิดของ โจ้ อัมรินทร์
และความก้าวหน้าทางดนตรีของวงพอส จึงไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน

เพราะทางออกในการทำงานดนตรีได้คลี่คลายเข้าหาตลาดอย่างชัดเจน ไม่ว่าอัลบั้ม 'มายด์' หรือ 'ซิมพลี มี' ถือว่าเป็นแนวเพลงอะคูสติกพ็อพ
ที่ขายเสียงและดนตรีในแบบของ โจ้ อมรินทร์ ในแบบเต็มที่ สำหรับเรื่องเงินก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ เพราะการเป็นนักดนตรี
อาชีพ ไม่ได้ทำงานประจำ การออกอัลบั้มปีละครั้งนั้นไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้
ในยุคเทปผีซีดีปลอม ถึงแม้เพลงจะดังหรือฮิตก็ตาม

เพราะฉะนั้นการออกอัลบั้มเดี่ยวและออกไปร้องเพลงกลางคืนที่ผับ '
ทรีทเวนตี้นายน์' ของ 'วิยะดา โกมารกุล ณ นคร' จึงเป็นทางออกในการทำงานหาเงินหล่อเลี้ยงชีพ

นักร้องหรือศิลปินนั้นย่อมหมกหมุ่นอยู่กับตัวเอง มีอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษกว่าปกติธรรมดา การมองโลกด้วยตาที่สามที่อ่อนไหวกว่าคนอื่น ยิ่งย่อมสร้างความสะเทือนใจ
หรือความเคร่งเครียดมากเป็นพิเศษ โจ้ อัมรินทร์ อาจตกอยู่ในขอบข่ายนั้นก็ได้

บทเพลงที่ โจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ ชอบมากๆ คือ 'คนไม่มีวาสนา' ของ ชรัส เฟื่องอารมย์ คงเป็นตัวสะท้อนหรือคำตอบเกี่ยวกับมุม
มอง
ในชีวิตของเขาได้อย่างทะลุโปร่งแจ้ง แม้ว่าใครจะคิดอย่างไร หรือมองการตายของเขาเกิดจากแง่มุมไหน
เกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ความตายนั้นไม่ใช่สาระ แต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหากว่า เขาเป็นอย่างไร วันนี้..ชีวิตไม่ pause ไว้แค่ชั่วคราว แต่เป็นการ 'หยุด' ชีวิตชั่วนิรันดร์ของ 'โจ้'อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์

สุกี้ สุโกศล แคลปป์ "อยากให้คนจดจำดนตรีของเขา จำเสียงร้องของเขา ไม่ใช่มาจำว่าเขาตายแบบนี้"

เอ-พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ (เพื่อนร่วมวงพอส) "เป็นเพื่อนที่ดีของผม"

สาลินี ปันยารชุน "ด้วยความที่โจ้เป็นเด็กดี เป็นคนดีตั้งใจทำงาน อยากให้เหลือความดีของเขาไว้
บ้าง
แม้ตอนจะไปเขาไปแบบไม่ดี อยากให้เหลือความดีของเขาที่เขาทำไว้ให้คนระลึกถึง"
 
Photo 1 of 42